นโยบายความเป็นส่วนตัว

เราตระหนักดีถึงความเป็นส่วนตัวของท่าน ข้อความต่อไปนี้คือนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท ไดรฟ์ฮับ จำกัด ("เรา" หรือ "บริษัท") ว่าด้วยการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะผู้ใช้บริการเว็บไซต์ www.drivehub.com ของเรา ("ท่าน" หรือ "ผู้ใช้บริการ") เราจึงได้จัดทำนโยบายฉบับนี้เพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินธุรกรรมทางธุรกิจกับท่านอย่างสอดคล้องกับกฎหมาย รวมถึงเพื่อปรับปรุงเนื้อหาในเว็บไซต์ของเราและเพื่อแจ้งให้คู่ค้าของบริษัททราบของคำขอการจองของท่าน

1.การเก็บรวบรวมข้อมูล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมมักได้รับจากท่านผ่านการสมัครใช้บริการ การใช้งานแพลตฟอร์ม/เว็บไซต์ และการติดต่อกับบริษัทในรูปแบบต่างๆ เพื่อการให้บริการแก่ท่าน ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล วันเกิด หมายเลขใบอนุญาตขับรถ ข้อมูลบัตรเครดิต และประวัติการเช่าของท่าน ซึ่งเรารวบรวมข้อมูลนี้จากเว็บไซต์ของเราโดยข้อมูลดังกล่าวอาจถูกแบ่งปันไปให้กับคู่ค้าของเราซึ่งมีส่วนร่วมในการให้บริการ หากจำเป็นเราอาจส่งต่อข้อมูลนี้ให้กับบุคคลที่สามเพื่อเรียกเก็บค่าเสียหายจากท่านที่เป็นผลจากการละเมิดข้อตกลงใดๆ กับเรา ซึ่งเมื่อท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดมาให้แก่บริษัท ให้ถือว่าท่านได้อนุญาตและให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งแก่บริษัทในดำเนินการใดๆ และเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวรวมถึงข้อมูลอื่นๆซึ่งได้ให้ไว้โดยเกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมหรือการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆของท่าน ทั้งนี้ท่านไม่มีสิทธิยกเลิกการอนุญาตดังกล่าว (โดยไม่มีผลย้อนหลัง) รวมถึง:
  1. ข้อมูลการลงทะเบียนและข้อมูลการใช้ – เมื่อท่านลงทะเบียนเพื่อใช้บริการของเราด้วยการสร้างบัญชี เราจะรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นเพื่อเสนอและให้บริการตามที่ท่านร้องขอ เราอาจขอให้ท่านกรอกชื่อ ที่อยู่ทางไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และข้อมูลระบุของท่านเพื่อเปิดบัญชี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริการที่ท่านเลือก เราอาจขอให้ท่านกรอกข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมในขณะที่ท่านใช้บริการของเรา
  2. ข้อมูลการทำรายการและประสบการณ์ใช้งาน – เมื่อท่านใช้บริการหรือเข้าสู่เว็บไซต์ของเรา เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำรายการ ตลอดจนข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการ เช่น จำนวนเงินที่ชำระสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวิธีชำระเงินใดๆ ที่ใช้ในการทำรายการ ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ ข้อมูลการใช้งานเชิงเทคนิค และข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
  3. ข้อมูลการชำระหรือเรียกเก็บเงิน: เมื่อท่านชำระหรือเรียกเก็บเงินผ่านบริการ เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ทางไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีทางการเงินเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมที่ได้รับเงินจากท่านหรือชำระเงินให้แก่ท่าน ขอบเขตของข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริการที่ท่านกำลังใช้เพื่อชำระหรือเรียกเก็บเงิน
นอกจากนี้บริษัทอาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลอื่นหรือบุคคลที่สาม ได้แก่
  1. Line
  2. Facebook
  3. Instagram

2.การใช้ข้อมูลส่วนตัว และการรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูล

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพียงเท่าที่จำเป็น เช่น ชื่อ และที่อยู่ เพื่อใช้ในการติดต่อ ให้บริการ ประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของท่านในกิจการหรือกิจกรรมของบริษัทเท่านั้น

บริษัทขอรับรองว่าจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ไปขายหรือเผยแพร่ให้กับบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากท่านเท่านั้น และบริษัทจะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้เป็นความลับ และจะปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีที่บริษัทได้ว่าจ้างหน่วยงานอื่นเพื่อให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การจัดส่งพัสดุไปรษณีย์ การวิเคราะห์เชิงสถิติในกิจการหรือกิจกรรมของบริษัท เป็นต้น บริษัทจะกำหนดให้หน่วยงานที่ได้ว่าจ้างให้ดำเนินการดังกล่าว เก็บรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และกำหนดข้อห้ามมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้นอกเหนือจาก กิจกรรมหรือกิจการของบริษัท

3.การรักษาความปลอดภัย

เราปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าของเรา ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่เราได้รับจะได้รับการคุ้มครองและดำเนินการตามขั้นตอนที่เราเชื่อว่าเป็นขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสามารถเข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่เรากำหนดให้เข้าถึงได้เท่านั้น

4.การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลผ่านคุ้กกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่นๆ

เมื่อท่านเข้าเยี่ยมเว็บไซต์ของเรา เราจะทำการบันทึกการเข้าเยี่ยมของท่านเท่านั้นและจะไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลระบุความเป็นตัวตนใด ๆ (คือ ข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านและระบุตัวตนของท่าน) จากท่าน เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น คุ้กกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่นๆที่ใช้ (หากมี) ในส่วนของเว็บไซต์ของเราจะไม่นำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลความเป็นบุคคล เพื่อแจ้งให้ทราบ คุ้กกี้เป็นไฟล์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่จัดเก็บในการท่องเว็บของคอมพิวเตอร์เพื่อวัตถุประสงค์ในการกำหนดค่าการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ความเคยชินในการเข้าดูของการท่องเว็บ โดยที่สามารถช่วยให้ท่านประหยัดเวลาจากการลงทะเบียนอีกครั้ง เมื่อได้มีการกลับมาเยี่ยมที่เว็บไซต์อีกครั้งและมักใช้ในการติดตามความต้องการของท่านในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ ท่านอาจปฏิเสธที่จะยอมรับคุกกี้ (โดยการแก้ไขตัวเลือกอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวข้อง หรือเรียกดูข้อมูลการตั้งค่าของระบบคอมพิวเตอร์ของท่าน) แต่หากท่านทำเช่นนั้น ท่านอาจจะไม่สามารถที่จะใช้ หรือเปิดใช้งานฟังก์ชั่นบางอย่างในเว็บไซต์ของเราได้

เพื่อการให้บริการท่านได้รวดเร็วขึ้นและมีคุณภาพที่ดีกว่า เราได้ใช้เทคโนโลยี "คุ้กกี้" และยังอนุญาตให้บุคคลที่สามใช้คุ้กกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่นๆบนไซต์ของเราด้วย เราทำงานร่วมกับบุคคลที่สามที่วางคุ้กกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่นๆบนไซต์ของเราเพื่อให้บริการ โดยรวมไปถึง:

การวิเคราะห์/การวัด: เราใช้คุ้กกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่นๆวิเคราะห์จากบุคคลที่สามเพื่อรับทราบข้อมูลเชิงลึกว่าผู้เยี่ยมชมใช้งานไซต์ของเราอย่างไร เพื่อดูว่าสิ่งใดที่ใช้การได้และไม่ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงเว็บไซต์ของเราและเพื่อรับรองว่าเรายังคงเป็นที่น่าสนใจและยังมีความเกี่ยวเนื่อง ข้อมูลที่เรารวบรวมโดยรวมถึงหน้าเว็บที่ท่านได้ดู หน้าที่อ้างอิง/สุดท้ายจากหน้าที่ท่านได้เข้าและออก แพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการที่ท่านได้ใช้ วันที่และเวลาที่ประทับข้อมูล และรายละเอียดต่าง ๆ เช่น จำนวนคลิกที่ท่านทำบนหน้าที่กำหนด การเคลื่อนไหวของเมาส์ของท่านและกิจกรรมการเลื่อน การค้นหาคำที่ท่านใช้และข้อความที่ท่านพิมพ์ในขณะที่ใช้ไซต์ของเรา เรายังใช้คุ้กกี้วิเคราะห์เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญโฆษณาออนไลน์ของเราเพื่อที่จะเรียนรู้วิธีที่ผู้ใช้โต้ตอบกับเว็บไซต์ของเราภายหลังจากที่พวกเขาได้รับการแสดงที่โฆษณาออนไลน์ ซึ่งอาจรวมถึงการโฆษณาในเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม โดยท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้คุกกี้ของบริษัทได้ที่ www.drivehub.com/th/cookies-policy

5.ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตลอดระยะเวลาที่ท่านใช้บริการของบริษัท และจัดเก็บต่อไปอีก 10 ปี นับจากการยุติความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัท โดยบริษัทจะจัดให้มีการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าว หรือเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่มีความจำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลแล้ว เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งจากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการบังคับใช้สิทธิตามกฎหมายหรือสัญญาตามที่บริษัทเห็นสมควร

6.การปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทอาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวโดยไม่ได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนี้ บริษัทจึงขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวทุกครั้งที่แวะชม หรือเยี่ยมชม หรือมีการใช้บริการจากเว็บไซต์ www.drivehub.com

7.สิทธิของเจ้าของข้อมูล

ท่านมีสิทธิในการร้องขอให้บริษัทดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

7.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right of Access)

สิทธิในการขอเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม

7.2 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)

สิทธิขอตรวจสอบ เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้มีความถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน โดยไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

7.3 สิทธิในการคัดค้านการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)

สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้ โดยบริษัทจะดำเนินการดังกล่าวในกรณีดังต่อไปนี้
  1. กรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลภายนอก หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะในการประมวลผลข้อมูล เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทสามารถแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการยกข้อต่อสู้ตามกฎหมาย
  2. การประมวลผลข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ของการตลาดแบบตรง
  3. การประมวลผลข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท

7.4 สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Data Portability)

ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

7.5 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)

ในกรณีที่บริษัทอาศัยความยินยอมของท่านเป็นฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมสำหรับการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้กับบริษัทได้ตลอดระยะเวลาที่บริษัทจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมแล้ว

7.6 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Erasure)

สิทธิในการขอให้บริษัทลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ในกรณีดังต่อไปนี้
  1. ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่มีความจำเป็นสำหรับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลแล้ว
  2. ท่านขอถอนความยินยอมที่เป็นฐานในการประมวลผลข้อมูล และบริษัทไม่มีอำนาจหรือฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวอีกต่อไป
  3. ท่านได้คัดค้านการประมวลผลตามข้อ 7.3
  4. เมื่อมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรณีที่ระบุไว้ข้างต้นนี้จะไม่นำมาใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความจำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือสถิติ เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ หรือประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ปฏิบัติตาม หรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย

7.7 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restriction of Processing)

สิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีดังต่อไปนี้
  1. บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ
  2. กรณีข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามข้อ 7.6 แต่ท่านประสงค์ให้ระงับการใช้แทน
  3. บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอีกต่อไป แต่ท่านมีความจำเป็นและขอให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  4. บริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ตามข้อ 7.3 (1) หรือตรวจสอบตามข้อ 7.3 (3) เพื่อปฏิเสธการคัดค้านของท่านตามข้อ 7.3

7.8 สิทธิในการร้องเรียนหน่วยงานกำกับดูแล (Right to File Complaint)

ในกรณีที่บริษัท ลูกจ้าง หรือพนักงานของบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้

8.การใช้สิทธิและการติดต่อ

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเรา หรือมีข้อเสนอแนะ หรือประสงค์ใช้สิทธิของตนตามข้อ 7 ให้ดำเนินการติดต่อมาที่

ชื่อบริษัทบริษัท ไดรฟ์ฮับ จำกัด
สถานที่ติดต่อเลขที่ 193-195 อาคารเลครัชดา ชั้น 3B ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
ช่องทางการติดต่อ

เบอร์โทรศัพท์: 02-038-5222

อีเมล: [email protected]

ช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ชื่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: นายพิทยา ญาณสมบูรณ์

สถานที่ติดต่อ: 193-195 อาคารเลครัชดา ชั้น 3B ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์โทรศัพท์: 02-038-5222

อีเมล: [email protected]

โดยบริษัทจำเป็นต้องตรวจสอบยืนยันตัวตนของท่านก่อนการดำเนินการตามคำร้องใช้สิทธิและจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่านโดยไม่ชักช้าภายในสามสิบ (30) วันนับแต่วันที่เราได้รับคำร้องดังกล่าว เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการตามคำร้องขอนั้นก่อให้เกิดภาระแก่เราเกินสมควร หรือเป็นกรณีที่เรามีสิทธิปฏิเสธคำร้องดังกล่าวได้ หรือเป็นการเสี่ยงต่อการละเมิดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอ

9.ผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลโดยอาศัยฐานสัญญาและฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อบริษัทในการปฏิบัติตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล ในกรณีที่ท่านปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลได้ จนกว่าท่านจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นแก่บริษัทอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เช่น บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการจองรถยนต์แก่ท่านได้ เป็นต้น
  2. ในกรณีที่ท่านปฏิเสธหรือเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูล อาจส่งผลให้ท่านถูกจำกัดสิทธิบางอย่าง หรือส่งผลให้บริษัทอาจไม่สามารถบริหารจัดการหรือดำเนินการตามวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลที่ท่านได้ปฏิเสธหรือเพิกถอนความยินยอมได้อย่างสมบูรณ์หากข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต่อบริษัทในการดำเนินการนั้น
ติดต่อเรา